ดีขึ้นจากเกมแรก! มาโนหวังช้างศึกยกระดับต่อเนื่อง-ไม่ติดใจ เมียนมาเล่นติดดาบ

กุนซือช้างศึก พอใจกับชัยชนะเหนือ เมียนมา 4-0 หลังยกระดับขึ้นจากนัดแรก พร้อมยืนยันไม่ติดใจที่คู่แข่งเล่นหนักใส่ มาโน โพลกิ้ง กุนซือทีมชาติไทย พอใจกับชัยชนะเหนือ เมียนมา 4-0 ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 หลังทีมมีพัฒนาการที่ดีขึ้นชัดเจน ช้างศึก ประเดิมสนามด้วยการชนะ ติมอร์ เลสเต เพียง 2-0 แต่ภายหลังจากได้สองนักเตะจากเจลีก อย่าง ธีราทร บุญมาทัน และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เข้ามาอยู่กับทีม ล่าสุดสามารถเอาชนะ เมียนมา ไปได้ถึง 4-0 โดย ธีรศิลป์ แดงดา ยิงคนเดียว 2 ประตู พร้อมขึ้นแท่นเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในรายการนี้เรียบร้อย ร่วมกับ นอห์ อลัม ชาห์ ตำนานทีมชาติสิงคโปร์ ที่ 17 ประตู มาโน กล่าวหลังจบเกมว่า “เรามีความสุขกับฟอร์มการเล่นของทีมในวันนี้เป็นอย่างมาก ผมคิดว่า เรายกระดับการเล่นของเราจากเกมแรกได้มากพอสมควร เรามีแนวทางชัดเจน ในการควบคุมสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเกมรุก ที่สร้างโอกาสได้ชัดเจน มากกว่าเกมก่อน และเรามีความสุขมากที่ได้ชัยชนะ และยิงได้ถึงสี่ประตู” “และมุ้ยก็ได้กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้ หลังยิงไปสองประตู ผมมีความสุขมาก เช่นเดียวกับเกมนี้ แต่งานของเรายังไม่จบ เส้นทางยังอีกยาวไกล และสองเกมต่อไปของพวกเราก็ถือเป็นเกมที่ยากมาก เราต้องมีสมาธิ และยกระดับให้ได้ต่อเนื่อง” มาโน ซึ่งเข้ามาทำงานในไทยครั้งแรก ในฐานะมือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ในทีมชาติไทยชุดใหญ่ เมื่อปี 2012 กล่าวต่อว่า “ตอนที่ผมมาทำงานที่ไทยครั้งแรก ผมได้เห็นสุดยอดนักเตะคนหนึ่ง และเขาก็ก้าวไปติดทีมชาติได้อย่างรวดเร็ว พูดได้เลยว่า ธีรศิลป์ คือนักเตะที่เก่งที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยร่วมงานรวมถึง เคยได้เห็นมา เขามีคุณภาพที่ชัดเจน มีประสบการณ์” “แม้ตอนนี้จะไม่ใช่ดาวรุ่งแล้วก็ตาม แต่คุณภาพ วันนี้เขาก็แสดงให้เห็น โดยเฉพาะการเป็นกองหน้า เขาคือนักเตะที่ดี มีเทคนิคที่ดี และสามารถยิงประตูได้สุดยอดมาก ผมเชื่อว่าเขามีทุกอย่างที่กองหน้าคนหนึ่งต้องมี โดยเฉพาะการจบสกอร์ที่เฉียบคม” “การเล่นของเมียนมา เราเองก็ได้เห็นมาก่อนหน้านี้ ว่าพวกเขามีความดุดันมาก และก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่ไทยได้เจอกับเมียนมา เราจะได้เห็นการปะทะที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง อย่างเกมนี้ก็มีหลายครั้งที่ดูเหมือนไม่ใช่การปะทะเพื่อเอาบอลเลย แต่ผมคิดว่าผมโอเค ที่เราสามารถคุมสมาธิ และเกมได้อยู่ เห็นได้ชัดว่าทุกจังหวะ 50/50 พวกเขาเต็มที่เสมอ แม้จะไม่ได้บอล แต่นี่คือส่วนหนึ่งของฟุตบอล เรารู้ว่าพวกเขามีความดุดัน นี่คือสิ่งหนึ่งที่เราได้เตรียมมาในการซ้อม มันสำคัญที่เราจะต้องพยายามครองบอล พยายามเคลื่อนบอล เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ในเกมนี้ หลายจังหวะเราทำได้ดี เรามีความสุข” นอกจากนี้ มาโน ยังกล่าวถึงคู่แข่งนัดต่อไปว่า “เกมต่อไปกับฟิลิปปินส์ เราเองก็กังวลกับคุณภาพของพวกเขาเช่นกัน เพราะนักเตะของพวกเขาหลายคนมีประสบการณ์เยอะมาก นักเตะหลายคนมีคุณภาพ และประสบการณ์ และมันเป็นเกมที่ยากแน่นอน และเรารู้จักพวกเขา และเป็นข้อได้เปรียบเล็กน้อย หลายคนของฟิลิปปินส์ ก็เล่นในสโมสรเดียวกับนักเตะของไทย แต่เราต้องพยายามวิเคราะห์เกม เราต้องอย่ามองแต่ผลการแข่งขัน เราต้องดูฟอร์มการเล่น ผมรู้ว่าพวกเขาทำได้ดี” “แต่เกมล่าสุดเห็นได้ชัดว่าติมอร์ เลสเต เปลี่ยนนักเตะหลายคนจากเกมที่เจอกับไทย พวกเขาเป็นทีมดาวรุ่ง จริงอยู่ว่าสกอร์ออกมาเป็น 7-0 เราชนะ 2-0 มันอาจจะทำให้พวกเขามั่นใจ แต่เราต้องการเดินหน้าต่อไป เราต้องมองไปข้างหน้า และต้องมีสมาธิและเอาชนะให้ได้ในเกมต่อไป” “เรื่องลูกจุดโทษ ผมไม่อยากพูดถึงมัน ไม่อยากคอมเมนต์ มันชัดเจนว่าเราโดนเตะมันชัด แต่เราไม่ได้ชนะเมียนมาเพราะลูกโทษลูกเดียว ตลอดทั้งเกมเราแสดงให้เห็นว่าเราเป็นทีมที่ดีกว่าอย่างชัดเจนและเหมาะสมที่จะเป็นผู้ชนะ” มาโน ปิดท้าย โปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทย จะต้องพบกับ ฟิลิปปินส์ ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ ในนัดที่ 3 วันที่ 14 ธันวาคม 2564 เวลา 16.30 น. ตามเวลาประเทศไทย