เกิดอะไรขึ้นกับ อี ซึง-วู? จากเมสซี เกาหลี สู่ทีมกลางตารางลีกโปรตุเกส

กองหน้าผู้เคยทำลายสถิติของลิโอเนล เมสซี ที่ลา มาเซีย แต่กลับต้องมาเล่นในทีมกลางตารางของลีกโปรตุเกส เมื่ออายุ 23 ปี ตอนที่ อี ซึง-วู มีชื่อติด NXGN สุดยอด 50 นักฟุตบอลดาวรุ่งของโลกเมื่อปี 2016 เขาดูเหมือนจะสยบโลกเอาไว้ใต้ฝ่าเท้า นักเตะเจ้าของฉายา “เมสซี เกาหลี” ได้รับการจับตามองมาตั้งแต่ตอนอายุ 9 ขวบ และกลายเป็นเป้าหมายของบาร์ซาตั้งแต่อายุ 12 ปี “ครั้งแรกที่ผมเห็น อี ซึง-วู เขาอายุ 9 ขวบเท่านั้น” ชอย กวางวอน โค้ชในวัยเด็กของ อี ที่แดดอง เอฟซี กล่าวกับ Goal “เขาเล่นในทัวร์นาเมนต์ฟุตซอล ด้วยสไตล์การเล่นที่ค่อนข้างหวงบอลมาก “ปีต่อมา ผมก็ได้ค้นพบพรสวรรค์ของเขา ผมประหลาดใจมากที่เขาเติบโตขึ้นอย่างมาก ในตอนนั้น เขาเป็นกองกลาง แต่ความเร็วของเขายอดเยี่ยมมากๆ ผมก็เลยอยากผลักดันให้เขาเล่นกองหน้า “ในสนาม ความต้องการที่จะชนะของเขารุนแรงมากๆ ผลงานของเขาก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน เขามีเซนส์ที่ดี แม้จะสอนเพียงหนึ่งหรือสองอย่าง แต่เขาก็ซึมซับมันไปได้ด้วยตัวเอง “ในตอนนั้น เขาใช้แค่เท้าขวา ผมก็เลยชี้ให้เขาเห็นจุดอ่อนเรื่องเท้าซ้ายของเขา แล้วเขาก็ฝึกด้วยตัวเองจนใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอนนี้เขาใช้ได้ทั้งสองเท้า และเชื่อมั่นในเพื่อนร่วมทีมมากขึ้นด้วย” ฝีเท้าของ อี ทำให้บาร์เซโลนาหันมาให้ความสนใจ หลังจากที่เห็นเขาโชว์ฟอร์มใน ดานอน เนชันส์ คัพ เมื่อปี 2010 ซึ่งเขาอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น “เราแข่งขันใน ดานอน คัพ ที่แอฟริกาใต้ มีแมวมองจากบาร์เซโลนาคนหนึ่งโทรหาสมาคมฟุตบอลเกาหลี ผ่านทางฝ่ายจัดการแข่งขันของทัวร์นาเมนต์” ชอยเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าว “ผมบอก อี กับครอบครัวของเขาไปว่าบาร์เซโลนาสนใจ มันเป็นเรื่องที่เกินจินตนาการของเราไปมาก มันทำให้ทุกคนแทบจะเป็นลมไปเลย” มันคือความฝันสำหรับนักเตะดาวรุ่งแทบทุกคนบนโลกที่บาร์เซโลนาให้ความสนใจ และเขาก็เริ่มต้นได้อย่างสวยหรู เมื่อยิงได้ถึง 39 ประตู จาก 29 นัด ให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปีของบาร์ซา ทำให้สถิติเดิมของ ลิโอเนล เมสซี ลงได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไรก็ดี การย้ายทีมในครั้งนั้นกลับมีค่าใช้จ่ายตามมามหาศาล การเซ็นสัญญาของ อี กับนักเตะคนอื่นๆ อีก 5 คน ผิดกฎข้อที่ 19 ของฟีฟ่า ซึ่งไม่ให้มีการย้ายสโมสรข้ามประเทศสำหรับนักเตะที่ยังอายุไม่ถึง 18 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาถูกแบนไม่ได้ลงสนามให้บาร์ซา จนกระทั่งอายุ 18 ปี แม้จะยังเล่นให้ทีมชาติได้ แต่เขาก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องทัศนคติและไม่ให้ความเคารพต่อเพื่อนร่วมทีม “ผมมีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์ และมีหลายอย่างมากๆ ที่ผมรู้สึกเสียใจ” อี กล่าวในปี 2015 จากการละเมิดกฎในครั้งนั้น บาร์ซาถูกแบนห้ามเซ็นสัญญานักเตะใหม่ในตลาดถึงสองรอบ หลังจากเรื่องราวทั้งหมดจบลง สโมสรลงทะเบียนนักเตะใหม่ 76 คน หลังจากวันเกิดอายุ 18 ปีของ อี ไม่นาน เขาได้สวมเสื้อหมายเลข 77 เขาต้องพยายามตามเพื่อนให้ทัน ขณะที่เมสซีประเดิมสนามให้บาร์ซาในวัย 16 ปี แต่ในวัยเดียวกัน อี ต้องกลับมาอยู่เกาหลี และได้ลงสนามแข่งขันเพียงน้อยนิด ในที่สุด เขาก็ได้ลงสนามให้บาร์เซโลนา เบ เพียงนัดเดียวเท่านั้น ก่อนถูกขายให้เวโรนาในปี 2017 บาร์เซโลนาระบุเงื่อนไขซื้อคืนเอาไว้ในสัญญาฉบับดังกล่าว ทว่ามันไม่เคยถูกใช้จนกระทั่งหมดอายุลงในปี 2019 ซึ่งเขาถูกขายไปให้ แซงต์-ทรุยด็อง ทีมกลางตารางของลีกเบลเยียม ก่อนที่ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา เขาจะถูกปล่อยยืมไปให้ ปอร์ติโมเนนเซ สโมสรในโปรตุเกส ใช้งาน “ในฐานะนักเตะเกาหลีใต้ในลีกยุโรป ผมพยายามจะทำงานให้หนักขึ้น และทำให้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ผมพยายามจะทำให้ดีขึ้นในทุกๆ นัด เพราะมันเป็นความรับผิดชอบของผมในฐานะนักเตะเกาหลีที่เล่นอยู่ที่นี่” อี กล่าวทาง South China Morning Post แม้ผลงานในระดับสโมสรจะไม่ค่อยโดดเด่นนัก แต่เขายังมีความสำเร็จในทีมชาติให้ภาคภูมิใจอยู่บ้าง เมื่อได้ติดทีมชาติเกาหลีใต้ไปเล่นในฟุตบอลโลก 2018 ด้วยวัยเพียง 20 ปี ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในทีมชุดนั้น เขาได้ลงสนามในฐานะตัวสำรองให้เกาหลีใต้อยู่ 2 นัดที่รัสเซีย ก่อนจะตกรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งในสายตาของ ชอย โค้ชที่เคยปลุกปั้นเขามาอย่างยาวนาน ยังคงเชื่อว่าเขามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้อีกในอนาคต “มันเป็นแค่ความเห็นของผมนะ ผมหวังว่า อี จะได้พบทีมใหม่ที่มีโอกาสลงเล่นมากขึ้น” ชอย กล่าว “อย่าไปกังวลเรื่องความนิยมของลีก แม้จะไม่ใช่ประเทศหรือลีกที่ดีนัก แต่ผมก็อยากจะแนะนำให้เขาไปอยู่ในทีมที่ได้โอกาสลงเล่น “อี ยังเด็ก เขายังแสดงให้เห็นความสามารถของเขาได้ ถ้าเขาได้ลงเล่นมากกว่านี้ ถ้าเขาได้เจอโค้ชที่ยอมรับความสามารถของเขา ผมคิดว่าเขายังมีโอกาสเติมเต็มศักยภาพในวัยเด็กของเขาได้”